รักษากระด้วยน้ำผลไม้จากธรรมชาติ

 

4

นอกจากรอยสิวที่ขึ้นมาก่อกวนใจให้ใบหน้าสาวๆ เรามีตำหนิไม่สวยเนียนใสแล้ว รอยฝ้าหรือกระบนใบหน้าก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำลายความมั่นใจของสาวๆ เราเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น อย่ารอช้าเลยสำหรับสาวๆ ที่มีปัญหากระบนใบหน้า วันนี้เรามีเคล็ดลับการรักษากระด้วยเครื่องดื่มจากธรรมชาติที่หาได้รอบตัวมาฝากกันค่ะ

สูตรน้ำมะนาว
ใช้มะนาวบีบเอาแต่น้ำแล้วมาแต้มบริเวณที่เป็นกระแล้วปล่อยทิ้งไว้ 15 นาที จึงค่อยล้างออกด้วยน้ำเปล่าให้สะอาด ซับหน้าให้แห้งเบาๆ แล้วทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้ผิวต่อไป

สูตรน้ำมันมะพร้าวและน้ำมะนาว
ให้นำน้ำมะพร้าวและน้ำมะนาวมาผสมในอัตราส่วนที่เท่ากัน คนให้ส่วนผสมทั้งสองกลายเป็นเนื้อเดียวกัน จากนั้นนำมาแต้มบริเวณที่เป็นกระ ให้หมั่นทำเช่นนี้สม่ำเสมอทุกวันจะช่วยลบเลือนรอยกระได้

สูตรนมเปรี้ยว
ใช้นมเปรี้ยวรสธรรมชาติเนื่องจากมีปริมาณของกรดแลคติกเข้มข้นกว่า จากนั้นนำมาแต้มบริเวณที่เป็นกระ ทิ้งไว้สักครู่จึงล้างหน้าให้สะอาดแล้วทาครีมบำรุงผิวปกติ

Tip : การยิงเลเซอร์ลบเลือนรอยกระ
หากสาวๆ ใช้สารพัดวิธีแล้วปัญหากระยังไม่หมดไป ทางเลือกสุดท้ายสำหรับสาวรักสวยทุกคนนั่นก็คือการยิงเลเซอร์นั่นเอง แต่จะได้ผลดีกับผู้ที่มีกระตื้นบนใบหน้ามากกว่ากระลึกเท่านั้นนะ นอกจากนี้ หลังการทำเลเซอร์ผิวลบเลือนรอยกระแล้วก็ควรใส่ใจในการบำรุงผิวด้วยการเลือกครีมบำรุงผิวและการใช้ครีมกันแดดที่ได้ประสิทธิภาพ เพราะผิวหน้าเราอ่อนบางลงไม่เช่นนั้นอาจกลับมาเป็นกระอีกได้แถมรอยกระจะชัดเจนกว่าเดิมด้วยซ้ำค่ะ

 

 

วิธีลดเลือนกระด้วยสมุนไพรใกล้ตัว

3

การรักษาฝ้ากระนอกจากการรักษาด้วยครีมบำรุงที่ช่วยลดเลือนรอยกระหรือฝ้าแล้ว นอกจากนี้ คุณทราบไหมว่าสมุนไพรไทยรอบๆ ตัวเราก็มีสรรพคุณในการรักษากระอย่างได้ผลเช่นกัน ว่าแล้วก็มาดูกันนะคะว่ามีพืชพรรณสมุนไพรอะไรบ้างที่สามารถช่วยรักษารอยกระได้

สูตรว่านหางจระเข้
หากมีเจลว่านหางจระเข้ก็สามารถบีบเอาปริมาณเท่าเมล็ดถั่วเขียวมาแต้มบริเวณที่มีรอยกระให้ทั่วแล้วนวดให้ซึมซาบสู่ผิว โดยทาเช่นนี้วันละ 2 ครั้ง แต่หากไม่มีเจลแต่ที่บ้านมีต้นว่านหางจระเข้ก็สามารถตัดแล้วคว้านเอาแต่วุ้นใสๆ มาปั่นให้ละเอียดจากนั้นนำมาแต้มบริเวณผิวที่เป็นกระได้เช่นกัน

สูตรกระเทียม
นำกระเทียมมาฝานให้เป็นแผ่นแล้งวางไว้บนใบหน้าบริเวณที่มีรอยกระเท่านั้น ปล่อยไว้ประมาณ 6 ชม. แล้วจึงล้างหน้าให้สะอาดตามปกติ แนะนำให้ใช้สูตรนี้ทุกๆ 3 วันจะดีมากค่ะ อาจทำก่อนนอนได้ยิ่งดีเลย

สูตรใบกะเพราแห้ง

ใช้ใบกะเพราแห้งปั่นให้ละเอียดด้วยปริมาณ 3-4 ช้อนโต๊ะ ใส่น้ำต้มสุกลงไปผสมเพิ่ม 100 มิลลิกรัม แล้วคนส่วนผสมจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำเข้าแช่ตู้เย็นเอาไว้ ให้นำส่วนผสมนี้มาทาใบหน้าบริเวณที่เป็นกระวันละ 2 ครั้ง เป็นประจำรับรองจะช่วยรักษาให้ร่องรอยกระจางลงได้

 

สูตรหัวไชเท้า

ล้างหัวไชเท้าให้สะอาดจากนั้นฝานให้เป็นแผ่นบางแล้วนำมาถูใบหน้าบริเวณที่เป็นกระวันละ 5-10 นาที จึงล้างออกให้สะอาด สูตรนี้เป็นที่นิยมมาแต่ช้านานและได้ผลอย่างมากเช่นกัน

 

ความสวยความงามเป็นเรื่องที่มองข้ามกันไม่ได้เลยค่ะ เพราะฉะนั้น จงมองหาสมุนไพรใกล้ตัวเรามาพอก ทาใบหน้ากันดีกว่า ตามสูตรที่แนะนำไปรับรองใบหน้าสวยกระจ่างใสไร้กระกวนใจแน่นอน

 

 

เคล็ดลับป้องกันกระอย่างได้ผล

2

การจะป้องกันผิวหน้าไม่ให้เกิดกระได้นั้นอาจจะเป็นเรื่องยากอยู่สักหน่อยแต่ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถทำได้เลย เพราะหากสาวๆ รู้ดีว่าตัวการของการเกิดกระนั้นมาจากแสงแดดก็เชื่อว่าคุณย่อมพาตัวเองหลีกเลี่ยงจากแสงแดดได้ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้สาวๆ สามารถระมัดระวังตัวเพื่อป้องกันกระได้เช่นกัน มาดูเลยว่ามีเคล็ดลับป้องกันฝ้าอย่างไรบ้าง

ครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพป้องกันกระได้
แสงแดดที่เป็นศัตรูตัวฉกาจที่ทำลายผิวและทำให้ใบหน้าของเราเกิดกระได้เป็นอย่างดี ดังนั้น ควรเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง ตั้งแต่ SPF 30 ขึ้นไป อีกทั้งควรเลือกที่มีส่วนผสมของสาร Parsol 1789 หรือ Avobenzone, Titanium Dioxide และ Zinc Oxide เนื่องจากสารดังกล่าวช่วยป้องกันรังสียูวีเอและยูวีเอได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

ระวังสารเคมีบางชนิดที่อยู่ใกล้ตัว
ปัจจุบันมีอาหารเสริมผลิตออกมาวางจำหน่ายแข่งกันหลายชนิดและในองค์ประกอบของอาหารเสริมเหล่านั้นหากมีสาร Alpha Hydroxyl Acids และ Benzoyl Peroxide เป็นส่วนประกอบก็จะยิ่งทำให้ผิวพรรณบนใบหน้าบอบบางหรือเนื้อเยื่อบางลงเป็นสาเหตุของการเกิดกระได้ง่าย อีกทั้งครีมทาลบเลือนฝ้าหรือกระบางยี่ห้อหากมีสาร Hydroquinone เป็นส่วนประกอบก็เป็นเหตุให้ใบหน้ายิ่งบอบบางและยิ่งเร่งให้เกิดผิวแพ้ง่ายรวมทั้งเกิดกระมากยิ่งขึ้นด้วย

หลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุด
พยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุด ทั้งนี้ หากจำเป็นที่จะต้องออกแดดจริงๆ ก็ควรกางร่ม สวมแว่นกันแดด สวมหมวกและเสื้อคลุมแขนยาว เพื่อช่วยปกป้องผิวพรรณไม่ให้ถูกแสงแดดทำร้ายจนหมองคล้ำและเกิดริ้วรอยตามมา ที่สำคัญมันจะทำให้ใบหน้าเกิดกระได้ง่ายๆ นั่นเอง

หลังสครับผิวไม่ควรออกแดด
การสครับหรือการขัดผิวควรเลือกทำในวันหยุดว่างๆ ที่ไม่ด้มีโปรแกรมออกจากบ้านในวันถัดไป เพราะหลังจากคุณสครับหรือขัดผิวแล้ว ผิวจะยิ่งบอบบางไวต่อแสงแดด หากต้องไปเผชิญกับแสงแดดล่ะก็จะยิ่งกระตุ้นให้ผิวหมองคล้ำ แดง แสบและเป็นสาเหตุของการเกิดกระได้มากทีเดียว

 

 

ทำความรู้จัก 4 ประเภทของกระบนใบหน้า

1

กระเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำลายความสดใสของใบหน้าให้หม่นหมองลงได้ โดยจะมีลักษณะเป็นจุดสีน้ำตาลเล็กๆ ไม่ว่าคุณจะอายุมากหรือน้อยก็ตามก็สามารถมีกระเกิดขึ้นบนใบหน้าได้เสมอ อีกทั้งยิ่งหากคุณเผชิญกับแสงแดดบ่อยๆ เป็นเวลานานล่ะก็ ยิ่งมีความเสี่ยงอย่างมากที่จะเกิดกระบนใบหน้าและทั่วทั้งร่างกาย ในวันนี้สาวๆ ที่รักความสวยความงามหลายท่านอาจจะอยากรู้กันบ้างแล้วว่ากระเป็นอย่างไรและมีกี่ประเภทโดยเราจะมาแจกแจงให้คุณทำความรู้จักประเภทของกระที่สามารถแยกได้ 4 ประเภท ว่าแล้วก็มาดูกันว่าแต่ละประเภทนั้นเป็นกระที่มีลักษณะอย่างไรบ้าง

1.กระตื้น
เป็นกระที่มีลักษณะจุดเล็กๆ สีน้ำตาล ขนาดประมาณ 0.5 ซม. ส่วนมากจะขึ้นบริเวณใบหน้า หากใบหน้ามีกระแล้วควรหลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุด เพราะจะช่วยให้กระมีสีอ่อนลงไปเองตามธรรมชาติ แต่หากต้องแสงแดดบ่อยๆ และเป็นเวลานานอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ลักษณะของกระก็จะมีความเข้มจนสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

2.กระลึก
เป็นกระที่มีลักษณะคล้ายกับเงาลึกซึ่งเป็นจุดสีน้ำตาลเทา ส่วนใหญ่พบได้บริเวณโหนกแก้มทั้งสองข้าง

3.กระเนื้อ
เป็นกระที่มีลักษณะเป็นตุ่มสีน้ำตาลหรือดำมีทั้งแบบผิวเรียบและผิวขรุขระคล้ายกับก้อนเนื้อเล็กๆ พบได้บริเวณใบหน้า ลำคอและลำตัว เป็นกระที่รักษาได้ยากและวิธีที่จะสามารถรักษาให้หายได้ก็คือการยิงเลเซอร์อย่างเดียวเท่านั้น

4.กระแดด
เป็นกระที่มีลักษณะเป็นดวงสีน้ำตาล ผิวราบเรียบ มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุหรือผู้ที่ทำงานกลางแจ้งต้องตากแดดจัดนานๆ บ่อยๆ อีกทั้งยังเป็นกระประเภทเดียวที่สามารถใช้ยารักษาเพื่อลดเลือนความเข้มของสีกระให้มีสีอ่อนจางลงจนไม่สามารถมองเห็นได้

 

 

 

 

หลังคาบ้านกับหลักฮวงจุ้ย ..ใครว่าไม่สำคัญ

3-1architecture-fresh-brown-creamy-houses-design-with-small-garage-and-garden-appealing-beautiful-extraordinary-houses-design-inspirations

เมื่อพูดถึงฮวงจุ้ย ใครๆ ก็นึกถึงความเชื่อมโยงกันทางด้านสถาปัตยกรรม เราเอาหลักความเชื่อนี้มาเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบบ้านเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกได้ถึงความมีมิติที่สวยงาม ช่วยให้บ้านดูน่าอยู่มากยิ่งขึ้น แถมยังเป็นการช่วยเสริมมงคลให้กับสมาชิกภายในบ้านตามความหมายทางความเชื่อที่ผสมผสานอยู่ในชิ้นงาน นอกจากการออกแบบตัวบ้านตามหลักของศาสตร์นี้แล้ว เชื่อหรือไม่คะว่าหลังคาก็เป็นส่วนหนึ่งที่เราไม่ควรมองข้ามและถูกนำเอาหลักของฮวงจุ้ยมาใช้ในงานเหล่านี้ด้วยเช่นเดียวกันค่ะ

3-2roof-design

ลักษณะของหลังคาบ้านที่ผิดหลักของฮวงจุ้ย
หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าบ้านที่มีรูปแบบของหลังคาเป็นทรงหน้าจั่ว ซึ่งถือว่าเป็นรูปแบบของหลังคาที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก รูปทรงแบบนี้เหมาะกับสภาพอากาศในเมืองไทย แถมยังช่วยกำจัดน้ำฝนป้องกันการรั่วซึมได้เป็นอย่างดี แต่ทว่าตามความหมายของลักฮวงจุ้ย หลังคาจั่วกลับให้ความหมายที่ไม่ดีนัก เนื่องจากลักษณะของสามเหลี่ยมมุมแหลมสื่อถึงอันตราย เปรียบเสมือนลูกศรที่พร้อมพุ่งเข้าทิ่มแทงสิ่งที่อยู่ใกล้เคียง ใครที่มีบ้านติดกับบ้านที่สร้างแบบหลังคาจั่วจึงถือว่าเป็นทำเลที่ไม่ดี อีกทั้งการชะล้างของฝนที่รวดเร็ว เรายังเชื่อกันว่ามันเป็นตัวทำให้ทรัพย์สินภายในบ้านถูกทำลายไปอีกด้วย ในปัจจุบันเราจึงหันมาสร้างบ้านในรูปแบบทรงปั้นหยาที่จะขอนำเสนอให้คุณได้ทำความรู้จักกันดังนี้ค่ะ

3-3roof-design

หลังคาทรงปั้นหยาช่วยเสริมทรัพย์และการไหลเวียนของพลังชี่
พลังชี่คือ พลังตามหลักของฮวงจุ้ย รูปทรงหลังคาแบบปั้นหยาถือว่าเป็นรูปทรงที่ดีสำหรับการหมุนเวียนพลังชี่ภายในบ้านเป็นหลังคาที่มีด้านเฉียงสี่ด้านช่วยให้พลังงานไหลเวียนได้รอบทิศทาง ช่วยเสริมทรัพย์ภายในบ้าน เป็นรูปทรงที่ถือว่ามีความเป็นสิริมงคล อีกทั้งยังได้รับความนิยมกันมากขึ้น เนื่องจากเป็นรูปแบบหลังคาที่สามารถชะล้างฝนได้รอบทิศทาง ป้องกันแดดได้เป็นอย่างดี ช่วยให้บ้านเย็นสบายและดูปลอดโปร่งมากขึ้นอีกด้วย

หลังคาแบบสองจั่วสร้างความแตกแยกภายใน
 บ้านแบบ 2 จั่วถือว่าไม่เหมาะสมตามหลักฮวงจุ้ย เช่นเดียวกันกับบ้านจั่วเดียวดังที่กล่าวไปข้างต้นก็ให้ผลที่ไม่ดีต่อผู้อยู่อาศัยอยู่แล้ว ยิ่งเพิ่มจำนวนจั่วมากขึ้นนั่นก็แปลว่าความไม่ดีย่อมส่งผลต่อสมาชิกเป็นสองเท่า ตามความหมายของฮวงจุ้ยถือว่าเป็นสิ่งเสียหาย พลังชี่จะไหลเวียนได้ไม่ทั่วถึงกัน และยังทำให้เกิดการปะทะบริเวณรอยต่อของจั่ว เช่นเดียวกับน้ำฝนที่จะไหลลงมาค้างอยู่กลางบ้านหากไม่ได้รับการออกแบบที่ดี ส่งผลต่อการรั่วซึมเข้าสู่ภายในได้ง่าย ที่สำคัญยังเป็นตัวการทำให้คนในบ้านแตกสามัคคี ไม่มีความสุขสงบ พี่น้องไม่รักกัน หากเป็นการอาศัยอยู่กันในแบบคู่ครองก็มักจะทำให้เกิดปากเสียง ความไม่ลงเลยและนำมาซึ่งการหย่าร้างเอาได้

อย่างไรก็ตาม ความเชื่อของหลักฮวงจุ้ยเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่เรานำเอามาปรับใช้เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อมและการออกแบบทางสถาปัตยกรรม บางความเชื่อก็เป็นเพียงความพึงพอใจส่วนบุคคล แต่บ้านที่ดีก็จะต้องได้รับการออกแบบที่เหมาะสม เพื่อให้คนในบ้านได้อยู่อาศัยอย่างมีความสุข ไม่ต่างจากการนำเอาหลักฮวงจุ้ยมาใช้เลยล่ะ

ข้อควรรู้ก่อนเริ่มต้นเลือกรั้วบ้านให้ถูกใจผู้อยู่อาศัย

2-1

นอกจากตัวบ้านอันเป็นสิ่งสำคัญที่เราควรให้ความใส่ใจแล้ว รั้วบ้านก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นการบ่งบอกถึงความเป็นเจ้าของพื้นที่ ป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเข้ามารุกรานโดยมิชอบ แถมยังเป็นการสร้างบรรยากาศความเป็นส่วนตัวสำหรับผู้ที่เบื่อหน่ายกับความวุ่นวาย แต่ก่อนที่เราจะเริ่มลงมือสร้างพื้นที่ของตัวเอง เราควรมาวางแผนให้ดีก่อนว่ามีจุดมุ่งหมายในการล้อมรั้วเพื่ออะไร เพราะในปัจจุบันรูปแบบของรั้วมีให้เลือกมากมายหลากหลายชนิด ดังนั้น การเลือกเพื่อความสวยงามหรือประโยชน์ใช้สอยจึงเป็นสิ่งที่เจ้าของบ้านควรตัดสินใจด้วยตัวเองให้ดีเสียก่อน

กฏหมายของการล้อมรั้วที่ไม่ควรมองข้าม
อย่าลืมว่าก่อนที่เราจะล้อมรั้วขึ้นมานั้น จะต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมภายนอกของบ้านด้วย โดยเฉพาะการกระทำลงในพื้นที่ชุมชน หรือบ้านใกล้เคียง การล้อมจะต้องไม่เป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น ตามหลักของกฏหมายบ้านที่ติดอยู่กับถนนไม่ควรมีความสูงมากไปกว่า 3 เมตร ถ้าสูงมากไปกว่านั้นก็เท่ากับว่าเป็นการกระทำที่ผิดต่อการได้รับโทษ ส่วนในกรณีอื่นๆ ก็คือ การเกิดข้อพิพาทระหว่างเพื่อนบ้านด้วยกัน หากการสร้างรั้วมีความเกี่ยวข้องกับบ้านหลังอื่นๆ ก็ควรเข้าไปพูดคุยและหาข้อตกลงร่วมกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาที่น่าปวดหัวตามมาได้ค่ะ

2-2

เป้าหมายของการสร้างรั้ว
การสร้างรั้วบ้านสำหรับเจ้าของบ้านแต่ละคนล้วนมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน บางคนต้องการให้บ้านมีสัดส่วนความเป็นส่วนตัว แต่คงเอาไว้ซึ่งความสวยงาม ลักษณะของรั้วก็ย่อมแตกต่างไปจากบ้านที่ต้องการสร้างเพื่อความปลอดภัยเป็นหลัก ดังนั้น ก่อนการเลือกซื้อรูปแบบรั้ว ให้ถามใจตัวเองดูก่อนว่าเป้าหมายหลักของการล้อมรั้วเพื่ออะไร จะได้เลือกวัสดุที่ใช้งานได้สะดวกและเหมาะสมกับความต้องการให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้อยู่อาศัยนั่นเองค่ะ

เพิ่มความประหยัดให้กับรั้วบ้าน
การล้อมรั้วบ้านถือว่าเป็นเรื่องใหญ่อยู่พอสมควร เนื่องจากต้องใช้งบประมาณจำนวนมากทั้งตัววัสดุและค่าแรง ยิ่งใครมีพื้นที่บ้านกว้างใหญ่ ก็ยิ่งทำให้ต้องเสียเงินมากขึ้นตามไปด้วย อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่มีงบประมาณไม่มากนักและต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย ให้ลองหันมาใช้ “รั้วบ้านแบบผสมผสาน” ด้านหน้าอาจจะเลือกใช้เป็นประตูเหล็ก ส่วนด้านอื่นๆ ให้ใชเป็นการก่ออิฐปูนสลับการการปลูกรั้วต้นไม้ร่วมไปด้วย แบบนี้ก็จะช่วยลดค่าใช้จ่าย แถมยังทำให้รั้วบ้านดูสวยแปลกตาไปอีกแบบด้วยค่ะ

2-3

อย่าลืมใส่ใจทางเข้าบ้าน
ประตูรั้วเป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้ไปกว่าสิ่งอื่นใด เพราะการเข้าออกบ้านจะต้องผ่านประตูรั้วเสียก่อน ดังนั้น ตามหลักมาตรฐานทั่วไป ควรมีประตูทางออกทั้งหมด 2 ช่องทางคือ ช่องขนาดเล็กเพื่อความสะดวกสบายในการเดินเข้าออก และอีกบานหนึ่งเป็นประตูรั้วขนาดใหญ่ที่สามารถช่วยให้รถยนต์ หรือการขนของขนาดใหญ่เข้าออกภายในบ้านได้อย่างสะดวกนั่นเองค่ะ

อย่างไรก็ตาม รั้วบ้านที่ดีควรเป็นการสร้างเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีกับเพื่อนบ้าน ดีกว่าสร้างขึ้นเพื่อให้เกิดศัตรูอยู่รอบด้าน เป็นหนึ่งในการออกแบบรั้วบ้านที่จะช่วยให้บ้านกลายเป็นวิมานที่สงบสุขมากขึ้น

มือใหม่.. เลือกซื้อบ้านอย่างไรให้คุ้มค่า ไม่มีผิดหวัง

beautiful-home-1

มนุษย์เงินเดือนและมนุษย์เงินวันทั้งหลายที่กำลังเก็บหอมรอมริบ วาดฝันเอาไว้กับเงินก้อนใหญ่ในอนาคต หลายคนมีฝันที่อยากจะมีบ้านเป็นของตัวเองสักครั้งในชีวิต คนที่มีโอกาสเหล่านี้ส่วนใหญ่ล้วนรู้สึกมีความสุขและภาคภูมิใจที่สามารถสรรหาวิมานอันเป็นโลกส่วนตัวที่จะช่วยเติมเต็มความสุขให้กับตัวเองได้ แต่ทว่าการรีบร้อนซื้อบ้านจนเกินไปโดยเฉพาะในมือใหม่ ก็อาจจะทำให้เกิดข้อเสีย กลายเป็นปัญหาจนรู้สึกว่าไม่คุ้มค่ากับเงินที่ต้องเสียไป แถมยังได้บ้านที่ไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวังอีกด้วย เพราะฉะนั้น ก่อนอื่นเราลองมาทำความรู้จักกับเคล็ดลับดีๆ ก่อนการเลือกซื้อบ้านสักหลังกันดีกว่าค่ะ

หัวใจสำคัญของการเลือกซื้อบ้านคือ “ทำเล”
หลายคนที่ไม่มีความรู้เรื่องการซื้อบ้านมาก่อน คุณอาจจะมุ่งเป้าไปที่ความสวยงามของบ้านภายนอกที่มองเห็นก่อนเป็นอันดับแรก หลังไหนที่ดูโดดเด่นและแปลกใหม่มากกว่าหลังอื่น อาจจะกลายเป็นจุดสนใจจนทำให้คุณตัดสินใจเลือกที่นี่เป็นเป้าหมายของการใช้ชีวิตจนลืมนึกถึงทำเลที่ตั้ง ซึ่งเป็นสิ่งอันดับแรกที่สำคัญที่เราอยากจะแนะนำให้ลองสังเกตดีๆ ก่อน เพราะแม้บ้านจะสวยแต่หากสภาพแวดล้อมโดยรวมไม่น่าอยู่อาศัย ก็อาจจะส่งผลให้ความสุขที่ควรจะมีเลือนหายไปได้ค่ะ นอกจากนี้ทำเลที่ดีควรมีช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้กับเจ้าของบ้านง่าย ใกล้กับสถานที่อย่างโรงพยาบาล ตลาด ร้านค้าและเป็นชุมชนที่มีความเงียบสงบ

beautiful-home-2

ตามด้วยสังเกตวัสดุของตัวบ้านว่ามีคุณภาพมากน้อยแค่ไหน
หลังจากเลือกทำเลกันได้แล้ว ก็มาถึงการเลือกซื้อตัวบ้านแต่ละหลัง คุณภาพของบ้านซึ่งก็ขึ้นอยู่กับวัสดุที่เลือกใช้ เนื่องจากบ้านคือ สถานที่ๆ เราจะต้องใช้เป็นที่สำหรับการอยู่อาศัยไปอีกนาน เมื่อใดก็ตามที่มันเกิดการเสื่อมสภาพได้ง่ายก็อาจจะทำให้เจ้าของบ้านต้องเสียเงินเสียทองในการซ่อมบำรุง แถมยังต้องมาคอยกุมขมับเสียเวลากับปัญหาเหล่านี้อีก การตรวจสอบที่ดีหากไม่มีความรู้ในตัวเองอยู่ด้วยแล้ว การขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญหรือเหล่าสถปนิกทั้งหลาย ก็ดูจะเป็นทางออกที่ดีกว่าค่ะ

เลือกตำแหน่งของหน้าบ้าน
แสงสว่างเป็นส่วนหนึ่งที่มีความจำเป็นสำหรับที่พักอาศัย การหันหน้าของบ้านจึงเป็นสิ่งที่เราควรคำนึงถึง บ้านที่ดีจะต้องหันด้านหน้าไปทางทิศเหนือ เนื่องจากทิศตะวันตกจะทำให้บ้านร้อนมากในช่วงบ่าย ส่วนอีกทิศหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันก็คือทิศใต้ จะช่วยให้ลมพัดผ่านเข้ามา ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในบ้าน แต่ก็อาจจะเป็นตัวนำพาสิ่งสกปรกเข้ามาด้วย ดังนั้น หากใครสนใจทิศไหนก็ควรสอบถามผู้มีความรู้ให้มั่นใจเสียก่อน แต่หากบ้านได้รับแสงมากเกินไป เราก็สามารถเลือกปลูกต้นไม้หรือใช้ผ้าม่านเป็นตัวช่วยได้เช่นกัน

ความน่าเชื่อถือของโครงการบ้าน
โดยส่วนใหญ่ในปัจจุบันเรามักจะเลือกซื้อบ้านกันแบบสำเร็จรูปตามโครงการต่างๆ ที่สร้างขึ้นมาเพื่อขาย เนื่องจากไม่ต้องยุ่งยากในการออกแบบ วางแผนและเสียเวลาในการเลือกช่างก่อสร้างอีกให้วุ่นวาย แต่ข้อเสียของมันก็คือ เราไม่สามารถเลือกรูปแบบบ้านที่ตนเองต้องการได้อย่างเต็มร้อย แถมวัสดุที่เลือกใช้ก็มักจะต้องไม่ให้เกินทุนที่ตั้งงบเอาไว้ของโครงการ เพราะฉะนั้น อย่าได้หวังว่าบ้านที่เลือกมาจะใช้วัสดุระดับคุณภาพที่สุดให้กับเรา ทางที่ดีการป้องกันปัญหาไม่ให้ตัวเองได้อยู่อาศัยในบ้านที่ไร้คุณภาพ ก็คือ การหาข้อมูลของโครงการนั้นๆ ก่อนว่าคนที่ซื้อไปแล้วชื่นชมหรือตำหนิ ส่วนไหนมากน้อยไปกว่ากัน

เพียงเท่านี้ ก็จะช่วยให้คุณสามารถมีบ้านที่สวยงาม พร้อมกับการอยู่อาศัยได้อย่างลงตัวตามแบบที่ตัวเองวาดฝันเอาไว้ได้แล้วล่ะค่ะ

 

ขั้นตอนการทำความสะอาดผ้าปูที่นอนอย่างถูกต้อง

หลายคนอาจรู้ดีแล้วว่าการไม่ทำความสะอาดห้องนอนย่อมทำให้เราเกิดปัญหาสุขภาพได้ง่าย นอกจากนี้ การไม่ซักผ้าปูที่นอนอยู่เสมอก็ส่งผลให้เกิดทั้งปัญหาสุขภาพและความงามด้วยเช่นกัน ซึ่งวันนี้เราจึงไม่รอช้า มาชวนสาวๆ ลุกมาเป็นแม่บ้านกับการซักทำความสะอาดผ้าปูที่นอนอย่างถูกต้องกันค่ะ

5-1

แช่ผ้าปูที่นอนอย่างน้อย 30 นาที
สำหรับสาวๆ คนไหนที่หมั่นซักผ้าปูที่นอนเป็นประจำอยู่แล้วทุกเดือน และหากคุณเองก็เป็นคนรักความสะอาดอยู่แล้ว แนะนำค่ะว่าให้คุณนำผ้าปูที่นอนมาแช่น้ำและผงซักฟอกในปริมาณน้ำที่ท่วมผ้าพอดี โดยแช่ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีค่ะ แต่หากใครที่นานๆ จะซักผ้าปูที่นอนทีหรือผ้าปูที่นอนของคุณเลอะคราบฝังแน่นแบบสกปรกมากล่ะก็ อาจจะแช่ทิ้งไว้ประมาณ 1 – 2 ชั่วโมงก็ได้ค่ะ จากนั้นจึงทำการซักตามปกติหรือหากคุณซักผ้าด้วยมือก็อาจจะขยี้ตรงจุดที่มีคราบเลอะนั้นออกก่อนจึงค่อยซักตามปกติต่อไป

เลือกใช้ผงซักฟอกที่ช่วยถนอมผ้า
ผงซักฟอกในปัจจุบันมีให้เลือกใช้มากมายหลายยี่ห้อ คุณสาวๆ ควรเลือกใช้ผงซักที่ช่วยถนอมทั้งเส้นใยผ้าและช่วยถนอมสีสันของผ้าไว้ด้วย หากผ้าไม่ได้สกปรกมากก็ไม่ควรใช้ผงที่มีส่วนผสมจากสารฟอกขาวค่ะ เพราะมันจะยิ่งกัดเส้นใยผ้าให้ผุกร่อนลงเร็วได้

5-2

ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มเสมอ
หลายคนชื่นชอบกลิ่นหอมจากน้ำยาปรับผ้านุ่มอย่างมาก และทุกวันนี้ก็มีกลิ่นหอมหลายกลิ่นเลยล่ะที่ให้เราเลือกใช้ เพราะฉะนั้น หลังจากซักผ้าปูที่นอนเสร็จแล้ว สาวๆ อย่าลืมแช่ผ้ากับน้ำยาปรับผ้านุ่มสักประมาณ 10 นาทีก่อนนำขึ้นตากด้วยนะคะ เพื่อให้กลิ่นหอมๆ ติดเส้นใยผ้าและยังช่วยถนอมทั้งสีสันและถนอมใยผ้าของเราไม่ให้แห้งกรอบเวลาโดนแดดแรงๆ จนผุกร่อนเร็วอีกด้วยค่ะ แค่นี้ก็จะช่วยยืดอายุการใช้งานของผ้าปูที่นอนและชุดเครื่องนอนสุดโปรดของคุณได้อย่างยาวนานขึ้นแล้ว ที่สำคัญกลิ่นหอมอ่อนๆ จากน้ำยาปรับผ้านุ่มยังมีส่วนทำให้เรานอนหลับสบายมากขึ้นด้วยนะ

ปั่นผ้าจนแห้งสนิทก่อนตาก
หลังจากแช่น้ำยาปรับผ้านุ่มเสร็จแล้ว ก็กดปุ่มปั่นแห้งกันได้เลยค่ะ เครื่องซักผ้าบางประเภทก็จะจัดการทั้งแช่ ซัก ล้าง ปรับผ้านุ่มและปั่นแห้งภายในเครื่องเดียวกันแบบอัตโนมัติ แต่หากใครสะดวกค่อยๆ ซักแบบทีละขั้นตอนก็ทำได้เลยตามสะดวกเช่นกัน หรือหากใครไม่ได้ซักผ้าปูที่นอนด้วยเครื่อง อาจจะซักมือ อย่างไรแล้วก่อนขึ้นตากอย่าลืมบิดน้ำออกให้แห้งหมาดทุกครั้งนะคะ ผ้าจะได้ไม่อมน้ำมากและจะได้แห้งเร็วไม่ต้องตากทิ้งไว้ข้ามคืนให้น้ำค้างตกใส่จนกลิ่นเพี้ยนและเส้นใยผ้าเสื่อมลงเร็วนั่นเอง

5-3

ตากท่ามกลางแดดจัดและควรตากแดดให้แห้งสนิทก่อนเก็บ
มาถึงขั้นตอนสุดท้ายของการซักทำความสะอาดผ้าปูที่นอนอย่างถูกต้องกันแล้ว ก็คือ การนำผ้าปูที่นอนไปตากท่ามกลางแดดจัดนั่นเองค่ะ เราควรตากผ้าท่ามกลางแสงแดดจัดจ้านี่แหละ โดยตากให้สนิทและควรพลิกในส่วนที่เป็นสีอ่อนเอาไว้นอกราวผ้า หรือพลิกเอาส่วนที่คลุมเตียงแผ่ออกมาด้านนอกราวเพื่อรับกับแสงแดดนั่นเอง เนื่องจากจะได้ช่วยถนอมสีของผ้าปูที่นอนไม่ให้ซีดจางเร็วยังไงล่ะ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ คุณสาวๆ ทั้งหลาย สำหรับขั้นตอนของการซักผ้าปูที่นอนอย่างถูกต้องนี้ไม่ได้ยากเลยใช่มั้ยละ รู้กันแบบนี้แล้วก็อย่าปล่อยให้ชุดเครื่องนอนหรือผ้าปูที่นอนผืนโปรด เป็นแหล่งสะสมของสิ่งสกปรกอีกต่อไปล่ะ

 

 

ผ้าปูที่นอนไม่สะอาดตัวการทำลายสุขภาพและความงาม

สาวๆ ทุกคนล้วนต่างก็อยากสวยด้วยกันทั้งนั้น แม้ว่าเราไม่สามารถเลือกเกิดมาเป็นคนสวยได้ก็ตาม แต่หากเรารู้จักดูแลตัวเองดีๆ ก็ย่อมเป็นคนสวย ดูดีและมั่นใจได้เช่นกันค่ะ สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึงผ้าปูที่นอนที่มีผลกับการทำลายสุขภาพและความงาม ว่าแล้วก็งงๆ ใช่มั้ยละคะว่ามันจะทำลายสุขภาพและความงามเราได้อย่างไร ลำพังแค่ผ้าปูที่นอนธรรมดาๆ เท่านั้น แต่หากคุณรู้ตามที่เราบอกไปจากนี้ คุณจะร้องอ๋อ..กันเลยทีเดียว หากพร้อมแล้วมาดูกันเลยค่ะ

4-1

ผลกระทบกับการทำลายความงาม
บ่อเกิดปัญหาสิว

เมื่อไรที่เราเอนตัวนอนลงบนผ้าปูที่นอนที่ไม่สะอาด แน่นอนค่ะว่าสิวจะต้องผุดขึ้นแน่นอน ทั้งใบหน้าของเรายามที่เรานอนตะแคง และแผ่นหลังของเราก็ย่อมมีสิวผุดขึ้นได้ง่าย เนื่องจากผ้าปูที่นอนที่ไม่ได้ทำความสะอาดจะต้องสะสมทั้งเหงื่อและแบคทีเรียเอาไว้เป็นจำนวนมาก หากเรานอนทับสะสมไปแบบนั้นทุกวัน สาวๆ จะต้องมีสิวแน่นอนค่ะ แบบนี้เมื่อสิวขึ้นหน้าไม่หาย..ก็ย่อมพลอยหมดสวยกันอย่างที่ไม่ต้องสงสัยเลยล่ะ

ทำให้ผิวเกิดริ้วรอยเร็วขึ้น
เพราะในยามที่เรานอนตะแคงหรือนอนคว่ำๆ บ่อยๆ หากเราใช้ชุดเครื่องนอนหรือผ้าปูที่นอนที่ไร้คุณภาพ เนื้อผ้าหยาบกระด้างแข็งๆ ซึ่งผลิตจากเส้นใยสังเคราะห์ล่ะก็ ย่อมทำให้ผิวของเราแห้งกรังและเกิดริ้วรอยได้ง่ายแน่นอนค่ะ แนะนำให้หันมาใช้ผ้าซาตินจะดีกว่าเพราะให้ผิวสัมผัสที่เรียบเนียนและนุ่มลื่น ทำให้เรารู้สึกนอนสลายหรือใช้ผ้าแพรก็ได้เหมือนกัน

ผ้าที่เรียบลื่นมีผลในการช่วยปกป้องและถนอมผิวสาวๆ ที่บอบบางไม่ให้เกิดริ้วรอยก่อนวัยได้แน่นอนค่ะ อย่างไรก็ดี อย่าลืมนอนหงายบ่อยๆ นะคะ เพราะท่านอนตะแคงและนอนคว่ำมันทำร้ายผิวหน้าเราชัดเจนยิ่งกว่านั่นเอง

4-2

เกิดปัญหาผิวหนัง
เนื่องจากผ้าปูที่นอนที่สกปรกเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียและเชื้อโรค ที่หากนับวันหมักหมมเอาไว้มากก็จะยิ่งส่งผลให้เกิดปัญหาของโรคผิวหนังตามมาได้ค่ะ คุณสาวๆ อาจจะเผลอไปเกาเพราะความคันขณะนอนหลับไม่รู้ตัว และเมื่อมันไปเสียดสีกับเชื้อแบคทีเรียบนผืนผ้าก็จะยิ่งก่อให้เกิดการลุกลามและเกิดเป็นปัญหาของโรคผิวหนังตามมา โดยเฉพาะสาวที่มีปัญหาผิวแพ้ง่ายอยู่แล้ว ยิ่งควรซักทำความสะอาดผ้าปูที่นอนหรือชุดเครื่องนอนบ่อยๆ เลยล่ะ จริงๆ แล้วเราควรทำความสะอาดผ้าปูที่นอนและบรรดาชุดเครื่องนอนอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง หรือทุก 2 อาทิตย์ครั้งนั่นเองค่ะ และควรตากแดดให้แห้งสนิทด้วยเสมอ เพื่อให้แสงแดดช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เกาะหนึบบนเส้นใยผ้าให้ตายลง มันจะได้ไม่กลับมาทำลายผิวสวยของคุณอีกต่อไป

ผลกระทบกับการทำลายสุขภาพ
ส่งผลให้หงุดหงิด อารมณ์แปรปรวนง่าย

เพราะหากผ้าปูที่นอนไม่สะอาด รวมถึงบรรดาปลอกหมอนต่างๆ ด้วย เมื่อที่นอนของเราฝังไปด้วยคราบสิ่งสกปรกหนาแน่น มันก็ย่อมทำลายการนอนหลับ ส่งผลให้เรานอนหลับไม่สนิท บางคนนอนหลับยากโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าสาเหตุมาจากสิ่งใด และเมื่อเรานอนไม่เพียงพอก็ย่อมส่งผลให้หงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปรวนขึ้นๆ ลงๆ ง่ายนั่นเอง นอกจากนี้ สมองยังไม่มีสมาธิในการทำงานหรือเรียนหนังสือได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วยค่ะ

4-3

ส่งผลให้เกิดความเครียดง่าย
การนอนไม่หลับ แน่นอนอยู่แล้วค่ะว่ามันจะส่งผลมายังภาวะอารมณ์ที่หงุดหงิดง่าย และต่อมาก็ย่อมสะสมมาสู่การเกิดความเครียดนั่นเอง คนที่เครียดง่ายสมองจะเต็มไปด้วยสารเคมีแห่งความตึงเครียดอันเกิดจากการนอนไม่เพียงพอร่วมด้วยทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นแล้ว จากนั้นหันมาซักทำความสะอาดผ้าปูที่นอนกันดีกว่านะคะ ปรับเปลี่ยนชุดเครื่องนอนที่เหม็นเน่าออกไป ปูผืนใหม่และเปลี่ยนชุดเครื่องนอนใหม่ๆ ที่สะอาดแทน รับรองค่ะว่ามันจะช่วยกระตุ้นการนอนหลับสบายมากขึ้น และสร้างความผ่อนคลายก่อนนอน ทำให้ลดทอนความเครียดลงได้อีกด้วย

เกิดภาวะซึมเศร้า
หลังจากเกิดความเครียดแล้วอาจจะยังไม่เพียงพอ เพราะภาวะของโรคซึมเศร้านั้นเกิดขึ้นได้ง่ายๆ จากการนอนไม่หลับร่วมด้วยค่ะ เมื่อไรที่คุณนอนพักผ่อนไม่เพียงพอหรือนอนไม่หลับบ่อยๆ สังเกตตัวเองได้เลยค่ะว่าคุณจะกลายเป็นคนที่มีปัญหาทางด้านภาวะทางจิตใจ อารมณ์และความรู้สึกที่ไม่ดีหรือไม่สมดุล มองอะไรก็ไม่แจ่มใสสดชื่น ทำให้การใช้ชีวิตเต็มไปด้วยความอ่อนแอ ไร้เรี่ยวแรงพลังและนำมาสู่การเป็นโรคซึมเศร้าในเวลาต่อมา

4-4

กลายเป็นโรคอ้วน
สาวๆ หลายคนอาจจะไม่อยากเชื่อกันเลยทีเดียว ว่าแค่ชุดเครื่องนอนหรือผ้าปูที่นอนที่ไม่สะอาดนั้นจะมีส่วนทำให้เราอ้วนได้ด้วยหรือ? แน่นอนค่ะว่ามันเป็นตัวการเบื้องหลังทางอ้อมที่หลายคนคาดคิดไม่ถึงเช่นกัน เพราะเมื่อไรที่นอนล้มตัวนอนบนที่นอนสกปรก เราจะมีปัญหานอนไม่หลับ เมื่อสะสมกลายเป็นภาวะนอนไม่หลับเรื้อรังตามมาบ่อยเข้า สาวๆ จะเกิดอารมณ์ที่แปรปรวนยังไงล่ะ ส่งผลให้เกิดอาการหิวบ่อยง่าย ความอยากอาหารมีอย่างไม่มีสิ้นสุด แถมยังอยากกินเพราะเครียดอีกด้วย

เคยได้ยินใช่ไหมละคะที่ว่า “กินบำบัดอารมณ์” นี่ยังไงล่ะ นอกจากนี้ การนอนไม่พอยังส่งผลทำให้ต่อมรับรู้ความรู้สึกอิ่มทำงานมีประสิทธิภาพต่ำลงด้วยค่ะ ไม่แปลกเลยใช่มั้ยละคะเมื่อไรที่นอนไม่หลับบ่อยๆ วันต่อมามักจะกลายเป็นคนขี้ใจร้อน หงุดหงิด เครียดง่าย หิวง่ายและบ่อย หากยังคงปล่อยให้เกิดพฤติกรรมนี้ต่อไป โดยไม่ยอมรีบแก้ไขที่สาเหตุก็ย่อมกลายเป็นคนอ้วนในวันหนึ่งแน่นอนค่ะ

ว่าไปแล้วก็สุดทึ่งจริงๆ นะคะว่าไหมกับปัญหาของผ้าปูที่นอนที่ไม่สะอาดนำมาซึ่งปัญหาทั้งสุขภาพและความงามของเรามากถึงเพียงนี้ แล้วจากนี้จะไม่เห็นความสำคัญของการซักทำความสะอาดผ้าปูกันบ้างได้ลงเชียวหรือคะ?

 

 

นอนไม่หลับ สาเหตุหลักอาจอยู่ที่ “ผ้าปูที่นอน”

เชื่อว่าหลายคนจะต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพหลายอย่าง และคุณรู้มั้ยคะว่าปัญหาสุขภาพต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นล้วนมาจากภาวะของการนอนพักผ่อนไมเพียงพอด้วยส่วนหนึ่ง ซึ่งหากเราอดหลับอดนอนหรือนอนหลับไม่สนิทตลอดคืนเป็นประจำทุกวัน เชื่อมั้ยคะว่ามันจะสะสมจนกลายมาเป็นโรคเรื้อรังในอนาคตได้ และส่งผลให้เกิดโรคต่างๆ ร้ายแรงได้ด้วย หลักๆ ก็อาจจะเกิดความเครียดง่าย ตลอดจนโรคซึมเศร้านั่นเอง ว่าแต่สาเหตุใดที่ทำให้เรานอนไม่หลับล่ะ ซึ่งหลายคนอาจจะไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าผ้าปูที่นอนนั้นก็มีส่วนทำให้เรานอนไม่หลับได้เช่นกัน วันนี้เราจะมาแจกแจงให้ทราบว่าทำไมผ้าปูที่นอนหรือชุดเครื่องนอนจึงเป็นเหตุให้เรานอนไม่หลับได้ มาดูกันเลยค่ะ

3-1

ผ้าปูที่นอนเนื้อผ้าหยาบกระด้าง
เนื้อผ้าของชุดเครื่องนอนหรือผ้าปูที่นอนที่หยาบกระด้าง ไม่รู้สึกนอนแล้วสบายตัว หลายคนหากได้สัมผัสเป็นต้องไม่อยากนอนบนผืนหน้าแห้ง หยาบหรือกระด้างแน่นอน เพราะมันรู้สึกสากๆ ผิว ทำให้รู้สึกคันและเกิดอาการคะคางเคืองผิวตามมาได้ ดังนั้น เราจึงต้องเลือกซื้อผ้าปูที่นอนที่มีคุณภาพ โดยคำนึงถึงเนื้อผ้าก่อนเป็นอันดับแรกค่ะ เพราะหากคุณใส่ใจตรงนี้สักหน่อยก็ย่อมทำให้การนอนหลับเป็นไปอย่างสนิท หลับลึกและหลับสบายตลอดคืนแน่นอน

3-2

ผ้าปูที่นอนที่มีลวดลายหรือสีสันที่มองแล้วสะท้อนความรู้สึกในทางลบ
บอกตรงๆ เลยว่าสีสันหรือลวดลายแป๋นๆ ของผ้าปูที่นอนบางประเภทนั้น หากคุณได้เห็นแล้วอาจถึงกับมีอาการไม่ชอบ พลอยรู้สึกหงุดหงิด ไม่สบายใจ อาจร้อนรุ่มหรือแลดูกังวลใจไปด้วย และหากเราเลือกใช้ผ้าปูที่นอนแบบนั้นมานอนล่ะ มันก็อาจมีผลสะท้อนมายังอารมณ์ของคุณได้ด้วยเช่นกัน กล่าวคือ คุณอาจจะมีภาวะหงุดหงิดใจหรือตึงเครียด นอนไม่หลับ ความคิดพลอยฟุ้งซ่านบ่อยๆ และนี่ก็คือ สีสันหรือลวดลายแสบสันจากชุดเครื่องนอนของคุณนั่นเอง ดังนั้น หันมาเลือกใช้สีสะอาดตา เบาตาอย่างสีฟ้าอ่อนหรือสีขาวก็ดีค่ะ เพื่อให้คุณนอนหลับสบายมากขึ้น และสีเรียบๆ พื้นๆ ที่ไร้ลวดลายนั่นแหละบางทีอาจเป็นสีที่จะช่วยสะท้อนความคิดและควบคุมจิตใจเราให้นิ่งสงบ ผ่อนคลายก่อนนอน ชวนกระตุ้นให้นอนหลับง่ายขึ้นนั่นเอง

3-3

ผ้าปูที่นอนที่กักเก็บไรฝุ่น
ฝุ่น..เป็นตัวทำลายผิว ทำลายสุขภาพและก่อให้เกิดปัญหาภูมิแพ้ได้ง่ายเสมอ ใครที่เป็นภูมิแพ้มักจะเลือกชุดเครื่องนอนกันไรฝุ่นโดยเฉพาะประเภทนาโน ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ที่ผลิตมาเพื่อเอาใจคนรักสุขภาพโดยเฉพาะ แถมยังเป็นการใส่ใจทุกรายละเอียดของการนอนหลับได้เป็นอย่างดี ใครที่บ้านมีฝุ่นมากหรือปูพื้นพรมภายในบ้าน ในห้องนอน..ก็ย่อมกักเก็บฝุ่นง่าย ดังนั้น คงต้องหมั่นทำความสะอาดดูดฝุ่นบ่อยๆ และต้องเลือกใช้ผ้าปูที่นอนกันไรฝุ่นแล้วล่ะ ไม่เช่นนั้น หากคุณเลือกผ้าปูที่นอนที่กักเก็บฝุ่นเอาไว้แน่นหนาล่ะก็มันย่อมรบกวนการนอนหลับของคุณแน่นอนค่ะ

3-4

ผ้าปูที่นอนสกปรก
แน่นอนค่ะว่าเราต่างก็อยากนอนบนที่นอนผืนนุ่มทั้งนั้น ทั้งผ้าปูที่นอน ผ้าห่มหรือแม้แต่การได้นอนกอดหมอนข้างนุ่มๆ ก็ตาม แต่หากที่นอนของคุณเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบสกปรกล่ะ หากคุณไม่เคยนำที่นอนมาซักเลย ไม่ว่าจะเป็นผ้าปูที่นอน ผ้าห่มและแม้แต่ปลอกหมอนต่างๆ ทุกชิ้น เมื่อเวลาผ่านไปมันก็ย่อมหมองคล้ำ ดำและสะสมแบคทีเรีย นอกจากสิ่งสกปรกที่ทำให้เรานอนไม่สบายตัวแล้ว ยังก่อให้หลายคนเกิดเป็นสิวทั้งแผ่นหลังและสิวขึ้นหน้าได้ง่ายๆ อย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อนอีกด้วย เพราะฉะนั้น เห็นทีคงต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่ ต้องหันมาใส่ใจปรับปรุงสาเหตุเหล่านี้ที่เป็นต้นตอที่ทำให้คุณนอนไม่หลับกันซะแล้วนะคะ

เพื่อนๆ คนไหนที่เห็นคุณค่าและความสำคัญของการนอนหลับอย่างแท้จริง คุณจะรู้เลยว่าการนอนพักผ่อนอย่างเพียงพอนั่นแหละคือ ตัวการสร้างเสริมสุขภาพที่ดี ทำให้ร่างกายและจิตใจของเราเปี่ยมสุข และในยามนอนหลับอวัยวะทุกส่วนยังซ่อมแซมตัวเองอีกด้วย หากเราพลาดช่วงเวลาสำคัญนี้ก็ถือว่าทำร้ายตัวเองทางอ้อมเลยนะคะ